หลายสายการบินในปี 61 ยังคงแข่งขันกันตัดราคาตั๋ว

หลายสายการบินในปี 61 ยังคงแข่งขันกันตัดราคาตั๋ว

            เจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้เปิดเผยถึงแนวโน้มการตลาดในธุรกิจการบิน ประจำปี 2561 ว่า ภายหลังจากที่ประเทศไทยได้อนุมัติการปลดธงแดง ซึ่งจะทำให้ตลาดเปิด นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาศอันดีในการเติบโตของธุรกิจการบิน โดยมีความเชื่อว่าการแข่งขันในตลาดการบินจะสูงเนื่องจากหลากหลายสายการบินมีแผนการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ในขณะเดียวกันการแข่งด้วยวิธีการตัดราคาจะพบได้ในช่วงแรก ๆ ของปีเท่านั้น

การตัดราคาตั๋วคือจุดแข็งที่หลายสายการบินใช้เป็นกลยุทธ์

สำหรับแผนงานภายในปี 61 หลาย ๆ สายการบินจะใช้กลยุทธ์ที่เป็นจุดแข็ง โดยเฉพาะราคาค่าตั๋ว ความถี่เที่ยวบินและทางเลือกที่คุ้มค่าแก่ผู้โดยสาร ที่สำคัญทางบริษัทยังมีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดของประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี นั่นจึงทำให้บริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมีแผนการเพิ่มเส้นทางบินใหม่อย่างน้อย 2-3 เมือง เช่น ซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะเปิดตัวภายในปี 2561

ขณะเดียวกัน ยังได้ศึกษาตลาดในยุโรปและจีนไปในตัว

เนื่องจากทางบริษัทมีความพร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่ต่อเมื่อมีความมั่นใจ ว่าจะสามารถขยายตลาดให้เติบโตต่อไปได้ โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าในช่วงปลายปี 61 จะไปเปิดเพิ่มที่จีน นอกจากนี้ยังมีแผนการเพิ่มเครื่องบินแอร์บัส เอ 330 ใหม่อีกจำนวน 4 ลำด้วยกัน จากเดิมที่มีมีอยู่ 6 ลำ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียเหนือ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 จะเปิดให้บริการก่อน 2 ลำ เพื่อเพิ่มความถี่เที่ยวบินและเส้นทางซัปโปโร ส่วนลำที่เหลือจะเพิ่มเข้ามาช่วงปลายไตรมาส 3 สำหรับบริการเมืองที่จะเปิดใหม่

สำหรับแผนงานภายในปีนี้ล่าสุดได้มีการจัดแคมเปญแนวคิด 3-2-2-1 ที่ช่วยตอกย้ำความพร้อมเป็นผู้ให้บริการบินประหยัดสู่เกาหลี ญี่ปุ่นและจีน ครอบคลุมทุกช่วงเวลา เช้า สาย บ่าย ดึก ราคาเริ่มต้น 3,221 บาท ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของทุกคน ทั้งนี้คาดสิ้นปีนี้จะมียอดผู้โดยสารรวม 1.6 ล้านคน อัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 89% และมีรายได้อยู่ที่ 9,000 ล้านบาท ส่วนปี 2561 ตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 2.2 ล้านคน และมีอัตราขนส่งผู้โดยสาร เฉลี่ยสูง 86% ตั้งเป้ารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท สัดส่วนผู้โดยสารเป็นคนไทย 60% ต่างชาติ 40

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้รายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกินจะเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ประสบกับปัญหารายได้ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงเช่นกัน เนื่องจากการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงมีการตัดราคาจากสายการบินอื่น ๆ ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายรวม 46,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 8.6 ทั้งจากค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การใช้จ่ายเพิ่มตามปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ มีการขาดทุนสุทธิ อยู่ที่ 5,208 ล้านบาท