ผลสำรวจเผย ประชากร 54% ทั่วโลก ไม่กล้าขึ้นเครื่องบินไร้คนขับ

ผลสำรวจเผย ประชากร 54% ทั่วโลก ไม่กล้าขึ้นเครื่องบินไร้คนขับ

            รายงานจากธนาคาร UBS ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า อุตสาหกรรมสายการบินหลายแห่ง เตรียมใช้ระบบควบคุมการบินจากระยะไกล ทั้งเครื่องบินเชิงพาณิชย์และเฮลิคอปเตอร์ หลังจากปี 2030 เป็นต้นไป ซึ่งช่วยลดต้นทุนการจ้างนักบินได้ถึง 3 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 ล้านล้าน 2 แสนล้านบาทต่อปี

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า นักบินส่วนมาก จะเลือกใช้ระบบการบินอัตโนมัติ หรือ Auto-pilot สำหรับเส้นทางการบินในระยะไกล ที่จะเข้ามาควบคุมการบินทุกด้วยตัวเอง ทำให้การวางระบบการบินอัตโนมัติ สามารถช่วยลดต้นทุนการว่าจ้างนักบิน 10 คน ต่อเครื่องบิน 1 ลำ

นอกจากนี้ ระบบการบินอัตโนมัติ Auto-pilot ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักบิน ที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายสิบปีได้ด้วยเช่นกัน หลังจากที่บริษัท Boeing เผยแพร่ผลสำรวจ ในช่วง 20 ปีนับจากนี้ ไปจนถึงปี 2036 ทั่วโลกจะมีสายการบินพาณิชย์ ที่จัดซื้อเครื่องบินใหม่ถึง 4 หมื่น 1 พันลำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการว่าจ้างและฝึกอบรมนักบินใหม่อีก 6 แสน 3 หมื่น 7 พันคนในช่วงเวลาเดียวกันนี้

ผู้บริโภคเอง ก็จะได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน ในเรื่องราคาตั๋ว

ทีมวิจัยธนาคาร UBS แห่งสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่า ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์ด้วย หากเปลี่ยนมาเป็นการพึ่งพาการบินแบบไร้คนขับ เพราะจะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินในสหรัฐฯ ลดลง 11% หรือถูกลงเฉลี่ย 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 พัน 2 ร้อยบาทต่อบัตรโดยสารหนึ่งใบ!!

เรื่องระบบการบินแบบไร้คนขับ Auto-pilot จึงอาจเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมการบินครั้งใหญ่ของโลก ที่ไม่ใช่เพียงแค่การก้าวตามเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงตัวบทกฎหมายเพื่อลดจำนวนนักบินด้วย

ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ว่าระบบการบินแบบไร้คนขับ Auto-pilot ปลอดภัยแค่ไหน

ถึงแม้ระบบการบินแบบไร้คนขับ Auto-pilot จะเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต แต่ทว่าปัญหาใหญ่ กลับเป็นตัวเลขนักเดินทาง ที่ตัดสินใจเลือกขึ้นเที่ยวบินไร้คนขับเหล่านี้ เพราะแบบสำรวจที่จัดทำโดย UBS ที่ดำเนินการสอบถามผู้คน 8 พันคน จากทั่วทุกมุมโลก ระบุว่า 54% ของ(คนที่อยู่ในการสำรวจ ต่างบอกว่า “ไม่อยากเดินทางโดยเครื่องบินไร้คนขับ” เนื่องจากยังไม่ใว้ใจในความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม จากแบบสำรวจดังกล่าว พบว่า มีนักเดินทางเพียง 17% เท่านั้น ที่กล้าซื้อตั๋วขึ้นเครื่องบินที่ปราศจากคนควบคุมนี้ ซึ่งคนที่กล้าซื้อส่วนใหญ่ เป็นผู้คนที่มาจากสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลีย ตามลำดับ